ฟ้าข้างหลังฝน สวยสดงดงามเสมอ

มนุษย์เรานั้น ต่างมีทุกขณะที่จำเป็นต้องพบหรือสัมผัสร่วมกันทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็นตอนๆในช่วงเวลาที่ทุกข์ สุขหรือต่างๆนานา สิ่งที่จะให้พวกเราผ่านไปได้เป็นความทรหดอดทน อย่างในเนื้อหานี้

หัวข้อ ฟ้าข้างหลังฝน งามเสมอ แปลว่า เมื่อพวกเราทำใดๆก็ตาม จะมีปัญหาเข้ามากีดกันทั้งยังทางร่างกายรวมทั้งจิตขนาดไหน เมื่อบรรลุ สามารถผ่านไปได้แล้ว พวกเราจะมีความรู้สึกว่า มันเป็นอะไรที่สุขสบายที่สุด ยกตัวอย่างเช่นนิยามของคำว่า ความทรหดอดทนรสระทมใจ รวมทั้งผลของมันหวานชื่นเสมอ
ครั้งใดก็ตามพวกเราเหม่อฟ้าอันผ่องใส เคยหรือเปล่า ที่ความแจ่มใสนั้นกลายเป็นความครึ้มฟ้าครึ้มฝนหม่นหมอง ชีวิตของคนทุกคนก็อาจไม่ได้ต่างอะไรจากฟ้าหรอกนะครับ มีมืด มีสว่าง มีถูก ไม่ถูก พลาดบ้าง ถ้าแม้กระนั้นคนไหนจะกลับมากู้ความบกพร่องนั้น ให้กลายเป็นความเสร็จได้ไวกว่ากัน
โชคร้ายที่หลายท่าน เมื่อเผชิญหน้ากับปัญหา บกพร่อง ล้มเหลว แล้วเลือกที่จะนอนกับกอง ความบอบช้ำ จมอยู่กับข้อผิดพลาด ขี้ขลาดกับการกลับมาเริ่มต้นใหม่ คนพวกนี้ไม่มีความแตกต่างกับต้นไม้ที่เฉา รอคอยเพียงแต่เวลาการเหี่ยวเฉา แล้วตายไปท้ายที่สุด ผมเชื่อเสมอว่าไม่มีปัญหาอะไรที่ปรับแก้มิได้ ปราศจากความบกพร่องใด ที่ไม่อาจจะปรับแต่งให้กลับมาถูกได้ การหกล้มของพวกเราก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเด็กในยามหัดยืน
เพราะว่าไม่มีผู้ใดสามารถเดินได้ตั้งแต่เกิด เหมือนกัน น้อยคนนักที่จะบรรลุเป้าหมายไปเสียทั้งหมดทุกอย่างที่เขาทำ ต่อให้มหาเศรษฐีพันล้านอย่าง สตีฟ จ็อบ คุณตัน อิชิตัน และยังรวมไปถึงเถ้าแก่น้อย ที่บรรลุเป้าหมายตั้งแต่อายุยังน้อย ล้วนต่างล้มมาแล้วตั้งหลายสิบ หลายร้อย หลายพันครั้ง ถ้าหากแม้กระนั้นพวกเขาเลือกที่จะสู้ สู้กับปัญหา ปรับปรุงให้กำเนิดวิชาความรู้ มีหัวจิตใจที่แข็งแกร่ง กระทั่งเจอกับการบรรลุเป้าหมายมากมายๆอย่างที่พวกเราได้มองเห็นกันในตอนนี้

ไม่ว่าคุณจะพบอะไรมาก็สุดแท้แต่ในชีวิต คุณจำเป็นต้องรู้สึกว่าวันพรุ่งก็เช้าตรู่แล้ว ทุกๆจึงควรผ่านไป ไม่มีสิ่งใดคงที่ไปได้ตลอดต้องการที่จะให้ทุกๆคนทดลองดูอีกด้านหนึ่งของผู้ที่บรรลุความสำเร็จพวกนั้น อย่าเพียงแค่ยกย่องกับผลสรุปที่เกิดขึ้น เพราะเหตุว่าสิ่งที่มองเห็นมันเป็นภาพการบรรลุเป้าหมายที่สวยงาม แล้วก็งาม ถ้าแต่ว่าต้องการที่จะให้ทดลองศึกษาเรียนรู้ว่ากว่าที่เค้าเหล่านั้นจะบรรลุเป้าหมายได้นั้น ล้วนจำต้องกระเสือกกระสนมาแล้วตั้งจำนวนกี่ครั้ง ผิดหวังมาแล้วกี่ที กระทั่งจะสามารถตั้งตน ยืนสูงเด่นอย่างสง่างามได้อย่างมุ่งมั่นในขณะนี้แล้วคุณจะพบว่า
การล้มของคุณในคราวนี้ เทียบก็แค่ขาพลิกปกติที่ทำเป็นเพียงแค่เซ แม้กระนั้นไม่อาจจะผลักให้ล้มหน้าคะมำได้ หรือแม้ว่าจะล้มจนถึงหน้าคะมำหัวฟาดพื้นจากหลากปัญหาที่รุมเร้า ก็ให้สะสมพลังใจ ฝ่าฝืนความเจ็บปวดกลับมาสู้ใหม่ แล้วคุณจะกล้าแกร่งขึ้น เปรียบเทียบกับฟ้ามืดที่เริ่มจางแล้วเจอกับแสงไฟที่แจ่มใสแล้วก็งดงามได้ท้ายที่สุด

Author: Misty Morgan